หนุ่มตากตายแปลก ฟ้าผ่าดับต่อหน้าลูกเมียนอนมุ้งเดียวกัน

หนุ่มตากตายแปลก

หนุ่มตากตายแปลก ฟ้าผ่าดับต่อหน้าลูกเมียนอนมุ้งเดียวกัน

หนุ่มตากตายแปลก

หนุ่มตากตายแปลก พ่อบ้านลูกสอง นอนมุ้งเดียวกับเมียกับลูก เกิดฝนตกฟ้าคะนอง ฟ้าผ่าลงมา 2 เปรี้ยง โดยสายฟ้าเต็มๆ หัวคะมำแน่นิ่ง เมียแจ้งกู้ภัย อบต.นำส่ง รพ.แต่ไม่ฟื้น เสียชีวิตอนาถ พบในเสื้อที่ใส่มีเหรียญอยู่ 7 บาท ขณะที่ลูกเมียนอนใกล้ๆ ไม่มีใครเป็นอะไร วันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้าน ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตในที่นอนเหตุเกิด เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา บ้านเลขที่ 20/2 ม.7 ต.นาโบถส์ อ.วังเจ้า จ.ตาก เป็นบ้านไม้พื้นปูนหลังคามุงด้วยสังกะสี ในห้องนอนในบ้านพบที่นอนที่ยังปูอยู่ที่พื้นพร้อมกับเสื้อของผู้เสียชีวิต ในเสื้อมีเงินเหรียญจำนวน 7 บาท และบริเวณรอบที่นอนพบไฟฉายส่องกบ 3 อัน  จากการพูดคุยสอบถาม น.ส.ขวัญข้าว อุ่นกาเย็น อายุ 16 ปี ลูกสาวของผู้ตาย เล่าว่า ในบ้านมีพ่อแม่ มีตนและน้องสาวรวม 4 คน ผู้ตายคือพ่อของตน ชื่อนายจิตตพล อุ่นกาเย็น อายุ 47 ปี โดยทั้ง 4 คนจะนอนในที่นอนในมุ้งเดียวกัน เมื่อช่วงเช้ามืดก่อนเกิดเหตุมีฝนตกอย่างหนักพร้อมกับฟ้าร้องฟ้าผ่าหลายครั้ง ตนเป็นคนกลัวฟ้าร้องฟ้าผ่าจึงขอพ่อว่า หนูขอนอนด้วยนอนใกล้ๆ พ่อ จากนั้นนายจิตตพล จึงลุกขึ้นนั่งเพื่อให้ลูกสาวได้แทรกตัวเข้ามาใกล้ๆ ขณะเดียวกันเพียงอึดใจเกิดฟ้าผ่าลงมาที่ตัวพ่อที่อยู่ในมุ้งอย่างจังถึง 2 ครั้ง ต่อหน้าทุกคนที่อยู่ในมุ้งเดียวกัน

ลูกสาว เล่าต่อว่า หลังจากพ่อถูกฟ้าผ่า พ่อก็ฟุบหน้าลงกับพื้นตัวงอก้นชี้ฟ้าก่อนจะล้มตัวนอนคว่ำหน้าลงที่พื้น เมื่อนางสุภารัตน์ อุ่นกาเย็น อายุ 37 ปี ผู้เป็นแม่เห็นเหตุการณ์เช่นนั้นจึงได้เข้าไปประคองร่างของสามีพร้อมกับปลุกเรียกชื่ออยู่หลายครั้งแต่เมื่อเห็นว่าไม่ตอบสนองจึงได้ทำการพยายามปั๊มหัวใจอยู่หลายครั้ง ก่อนจะบอกลูกๆ ให้ดูพ่อไว้ ส่วนตัวเองได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ฝ่าพายุฝนที่ตกหนักไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านที่อยู่ในหมู่บ้าน หลังจากที่นางสุภารัตน์ กลับมาพร้อมรถกู้ภัย อบต. เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องทำการ CPR เพื่อช่วยชีวิตพร้อมกับเคลื่อนย้ายร่างของนายจิตตพล ออกจากบ้าน เมื่อถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินพร้อมกับหมอได้ช่วยกันปั๊มหัวใจแต่ไม่เป็นผล แพทย์ได้บอกกับนางสุภารัตน์ว่านายจิตตพลเสียชีวิตแล้ว นางสุภารัตน์ถึงกับเข่าอ่อนทรุดเป็นลมหมดสติต่อหน้าหมอ ต้องช่วยกันปฐมพยาบาล และนำเข้ารักษาตัวในตึกผู้ป่วยในเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ ด้านเด็กหญิงอชีรนา อุ่นกาเย็น อายุ 11 ปี ลูกสาวคนที่ 2 ของนายจิตตพล เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่ในมุ้งเดียวกันกับทุกคนในครอบครัว ซึ่งตนจะนอนติดกับแม่อีกฝั่งหนึ่งของที่นอน และเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเช่นกัน ซึ่งเด็กหญิงเล่าว่าขณะเกิดเหตุมีฝนตกฟ้าร้องฟ้าผ่าอย่างแรง พ่อถูกฟ้าผ่า แต่ทุกคนก็ยังไม่ทราบเนื่องจากขณะนั้นมีแสงสว่างทั่วไปทั้งบ้านจนต้องหลับตา และเมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นพ่อล้มฟุบกับที่นอน ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ

ลูกสาว เล่าต่อว่า หลังจากพ่อถูกฟ้าผ่า พ่อก็ฟุบหน้าลงกับพื้นตัวงอก้นชี้ฟ้าก่อนจะล้มตัวนอนคว่ำหน้าลงที่พื้น เมื่อนางสุภารัตน์ อุ่นกาเย็น อายุ 37 ปี ผู้เป็นแม่เห็นเหตุการณ์เช่นนั้นจึงได้เข้าไปประคองร่างของสามีพร้อมกับปลุกเรียกชื่ออยู่หลายครั้งแต่เมื่อเห็นว่าไม่ตอบสนองจึงได้ทำการพยายามปั๊มหัวใจอยู่หลายครั้ง ก่อนจะบอกลูกๆ ให้ดูพ่อไว้ ส่วนตัวเองได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ฝ่าพายุฝนที่ตกหนักไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านที่อยู่ในหมู่บ้าน หลังจากที่นางสุภารัตน์ กลับมาพร้อมรถกู้ภัย อบต. เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องทำการ CPR เพื่อช่วยชีวิตพร้อมกับเคลื่อนย้ายร่างของนายจิตตพล ออกจากบ้าน เมื่อถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินพร้อมกับหมอได้ช่วยกันปั๊มหัวใจแต่ไม่เป็นผล แพทย์ได้บอกกับนางสุภารัตน์ว่านายจิตตพลเสียชีวิตแล้ว นางสุภารัตน์ถึงกับเข่าอ่อนทรุดเป็นลมหมดสติต่อหน้าหมอ ต้องช่วยกันปฐมพยาบาล และนำเข้ารักษาตัวในตึกผู้ป่วยในเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ ด้านเด็กหญิงอชีรนา อุ่นกาเย็น อายุ 11 ปี ลูกสาวคนที่ 2 ของนายจิตตพล เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่ในมุ้งเดียวกันกับทุกคนในครอบครัว ซึ่งตนจะนอนติดกับแม่อีกฝั่งหนึ่งของที่นอน และเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเช่นกัน ซึ่งเด็กหญิงเล่าว่าขณะเกิดเหตุมีฝนตกฟ้าร้องฟ้าผ่าอย่างแรง พ่อถูกฟ้าผ่า แต่ทุกคนก็ยังไม่ทราบเนื่องจากขณะนั้นมีแสงสว่างทั่วไปทั้งบ้านจนต้องหลับตา และเมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นพ่อล้มฟุบกับที่นอน ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ