คุก25ปี ผัวเมีย สาดน้ำกรด นักเรียนหญิง ม.6 เสียโฉม หูขาด ตาหวิดบอด

สาดน้ำกรด

คุก25ปี ผัวเมีย สาดน้ำกรด นักเรียนหญิง ม.6 เสียโฉม หูขาด ตาหวิดบอด

สาดน้ำกรด

ศาลพิพากษาคุก 25 ปี ผัวเมีย สาดน้ำกรด นักเรียนหญิง ม.6 เสียโฉม หูขาด ตาหวิดบอด ผัวโดนเพิ่มอีก 10 ปี สั่งชดใช้กว่า 2 ล้านบาท แม่ เผย ลูกสาวเหมือนตายทั้งเป็น
จากกรณี นายเจษฎาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี และ น.ส.อังคณา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี สองสามีภรรยา สวมชุดดำและไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ถือถังบรรจุน้ำกรดบุกเข้าไปสาดใส่ น.ส.ณัฐติกานต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ขณะนั่งกินข้าวอยู่กับยายและน้าชาย ภายในร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่ง เขตเทศบาลนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2566 ทำให้ น.ส.ณัฐติกานต์โดนน้ำกรดทั้งที่ใบหน้า ดวงตา หน้าอก ไหลอาบลำตัวสภาพผิวหนังไหม้ เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย ส่วนยายและน้าชายที่นั่งกินข้าวด้วยกันก็โดนน้ำกรดกระเด็นใส่ มีรอยไหม้ตามใบหน้า ลำคอ ลำตัว แขน และขา แต่ไม่สาหัสเท่าน.ส.ณัฐติกานต์ที่ใบหน้าเสียโฉม หูซ้ายขาด และตาซ้ายเกือบบอด สภาพเหมือนตายทั้งเป็นต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานกว่า 4 เดือน ส่วนมูลเหตุจูงใจคาดว่า สองสามีภรรยาแค้นที่เคยถูกแจ้งความฐานพรากผู้เยาว์ และทำให้เสียทรัพย์ ถึงแม้จะมีการไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหายและคดีจบกันไปแล้ว หลังก่อเหตุทั้งสองสามีถูกตำรวจจับกุมได้ ขณะหนีไปซ่อนตัวอยู่สวนมะม่วงที่ จ.อุดรธานี

หลังพบพยานหลักฐานทั้งการเช่ารถยนต์ที่ใช้ประกอบเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่าทั้งสองร่วมในการก่อเหตุสาดน้ำกรดน.ส.ณัฐติกานต์

คดีนี้พนักงานอัยการจังหวัดนางรอง ได้เป็นโจทย์ยื่นฟ้องต่อศาล ในข้อกล่าวหา “พยายามฆ่า” จากที่ตอนแรกพนักงานสอบสวนแจ้งเพียงข้อหา “ทำร้ายร่างกายให้ได้รับอันตรายสาหัส” แต่อัยการเห็นว่าพฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองทำด้วยการนำน้ำกรดถึง 2 ถังไปสาดใส่น.ส.ณัฐติกานต์ อาจทำให้ได้รับอันตรายแก่ชีวิต จึงให้สอบเพิ่มเติมและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม คือ “พยายามฆ่า โดยไตร่ตรอง”
ล่าสุดวันที่ 19 มิ.ย.2567 นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีดังกล่าว ว่า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2567 ศาลจังหวัดนางรอง ได้พิพากษาตัดสินลงโทษสองสามีภรรยา ที่เป็นจำเลยในคดีนี้ ในอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต เพราะกระทำผิดฐานพยายามฆ่า และไตร่ตรอง แต่ความผิดยังไม่สำเร็จ จึงเหลือจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ จึงตัดสินลดโทษเหลือจำคุกคนละ 25 ปี แต่ผู้เป็นสามีเคยมีคำพิพากษาก่อนหน้านี้เรื่องคดีพรากผู้เยาว์ด้วย จึงเพิ่มโทษสามีอีก 10 ปี รวมเป็น 35 ปี ส่วนคดีแพ่งก็ให้ชดใช้เงินอีก 2,006,000 บาท

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ในฐานะทนายความที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือน.ส.ณัฐติกานต์ ก็ขอชื่นชมและขอบคุณกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ชั้นตำรวจที่ติดตามจับกุมได้เร็ว ทีแรกพนักงานสอบสวนอาจจะกล่าวหาเพียงทำร้ายร่างกายให้ได้รับอันตรายสาหัส แต่อัยการเห็นว่าการกระทำและผลที่ได้รับมันเกินกว่านั้น
นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า กระทั่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเป็นพยายามฆ่า ซึ่งก็ได้ต่อสู้ในชั้นศาลมาร่วมปี ก็ถือว่าวันนี้น.ส.ณัฐติกานต์ได้รับความยุติธรรม แต่ก็ยังกังวลว่าหากจำเลยไม่ยอมชดใช้เงินค่าเสียหาย 2,006,000 บาทตามคำพิพากษา ก็จะได้แค่กระดาษหรือไม่
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า เพราะที่ผ่านมาทางจำเลยทั้งสองไม่เคยเยียวยาผู้เสียหายแม้แต่บาทเดียว และไม่เคยเอาเงินมาวางศาลเพื่อทุเลาผลที่กระทำผิดเลย ก็ต้องทำการสืบทรัพย์ว่าทั้งคู่จะมีทรัพย์สินเป็นของตัวเองที่จะทำการยึดมาชดใช้ให้ผู้เสียหายได้หรือไม่ แต่มองว่าตามหลักความเป็นมนุษย์ด้วยกันก็น่าจะเยียวยาบ้าง
ด้าน น.ส.จิราวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) แม่ของน.ส.ณัฐติกานต์ กล่าวว่า พอใจในคำตัดสินของศาลที่ท่านเมตตาให้ความยุติธรรมกับน.ส.ณัฐติกานต์ แต่ก็ยังกังวลว่าผู้กระทำผิดทั้งคู่จะไม่จ่ายเงินเยียวยาให้ตามคำพิพากษาศาล เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยเยียวยาเลยแม้แต่บาทเดียว
น.ส.จิราวรรณ กล่าวต่อว่า ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุน.ส.ณัฐติกานต์ก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น แม้ว่าปัจจุบันสภาพจิตใจ และร่างกายจะเริ่มดีขึ้นบ้าง ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ก็ยังไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ ทุกวันนี้ยังต้องไปหาหมอตามนัดทั้งที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อทำการรักษาโดยเฉพาะดวงตาที่มองไม่ชัด ใบหูที่ขาดและรูหูปิดได้ยินไม่ชัด
น.ส.จิราวรรณ กล่าวอีกว่า ทั้งต้องเดินทางไปคลินิกศัลยกรรมธีรพรคลินิก ที่กรุงเทพฯ เป็นระยะ เพื่อประเมินสภาพใบหน้าและรักษาผังผืด เพราะทางคลินิก โดยคุณหมอ ชลธิศ จะทำศัลยกรรมให้กับน้องฟรี ก็ขอบคุณทุกคนทั้ง ตำรวจ อัยการ ทนายความ และศาลที่ให้ความเป็นธรรม และขอบคุณคุณหมอที่ดูแลรักษาน้องเป็นอย่างดี ก็หวังว่าคู่กรณีจะเห็นใจและนึกถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ดูแลเยียวยาน้องบ้าง
ที่มา : ข่าวสด